Skip to content
แอดมินเข้าระบบ
CIOworldnews CIOworldnews
CIOworldnews CIOworldnews
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
CIOworldnews CIOworldnews
CIOworldnews CIOworldnews
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
Education

‘สังคมผู้สูงอายุ’ สร้างโอกาสให้ ‘ธุรกิจไทย’

By admin
8 มกราคม 2024

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย 3 ความต้องการของผู้สูงอายุ : ความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ความต้องการความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต และความต้องการสุขภาพกายและใจที่ดี สร้างโอกาสขยายตลาดให้ 3 กลุ่มธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะปี 2567 ที่ไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนประชากรผู้สูงอายุคิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ สวนทางประชากรเกิดใหม่ที่ลดลงทุกปี ขณะที่ประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกมีจำนวน 10% และเพิ่มเป็น 16% ในปี 2593

            นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ปี 2567 เป็นปีที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยปี 2566 ที่ผ่านมา ประชากรผู้สูงอายุในไทย (อายุ 60 ปีขึ้นไป) คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน (ประชากรไทยทั้งประเทศ จำนวน 66,057,967 คน : ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2566 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) ขณะที่ รายงาน World Population Prospects 2022 ขององค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ตัวเลขจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านคน โดยเป็นผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี อยู่ที่ 10% และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นภายในปี 2593 เป็น 16%

กลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ มีอำนาจทางการเงิน และมีอิทธิพลต่อคนในครอบครัว จึงเป็นโอกาสของธุรกิจไทยในการนำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของประชากรกลุ่มนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและสุขภาพ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุทุกคน เบื้องต้น กรมฯ ได้วิเคราะห์ความต้องการของผู้สูงอายุที่น่าสนใจออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ได้แก่ 1) ความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ประกอบด้วยปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค เพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข 2) ความต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต โดยเฉพาะความมั่นคงและปลอดภัยทางการเงิน เพื่อสร้างหลักประกันที่จะสามารถเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเหตุฉุกเฉินต่างๆ 3) ความต้องการสุขภาพกายและใจที่ดี โดยเฉพาะการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่จำเป็น การทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีผลต่อความแข็งแรงและเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ

อธิบดีอรมนฯ กล่าวต่อว่า การดำเนินธุรกิจบนความต้องการปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีลักษณะและรูปแบบที่แตกต่างจากช่วงวัยอื่นๆ ได้แก่ อาหาร ที่ต้องออกแบบเป็นการเฉพาะทั้งด้านรูปลักษณะ รสสัมผัส คุณค่าและปริมาณตามโภชนาการที่เหมาะสม โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจผลิตอาหารปรุงสำเร็จ ธุรกิจผลิตอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร ธุรกิจบริการด้านเครื่องดื่ม ฯลฯ ที่อยู่อาศัย ออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เครื่องอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการทำกิจกรรมต่างๆ ในที่พักอาศัย ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน ธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจขายส่ง/ขายปลีกเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เสื้อผ้า ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระ การเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมตามกาลเทศะช่วงวัยดังกล่าว ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ธุรกิจผลิตชุดชั้นในและชุดนอน ธุรกิจขายส่ง/ขายปลีกเสื้อผ้า ฯลฯ และ ยารักษาโรค ที่สามารถรักษาหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายในช่วงสูงวัย ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล คลินิกรักษาโรคทั่วไป ธุรกิจผลิตเภสัชภัณฑ์และเคมีที่ใช้รักษาโรค ธุรกิจปลูกพืช เครื่องเทศ เครื่องหอมรักษาโรค ฯลฯ

ทั้งนี้ จำนวนจัดตั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของสังคมผู้สูงอายุในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564 – 2566) มีแนวโน้มการจัดตั้งเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 จัดตั้ง 10,676 ราย ทุน 38,431 ล้านบาท ปี 2565 จัดตั้ง 13,915 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 3,239 ราย หรือ 30.33%) ทุน 50,153 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 11,722 ล้านบาท หรือ 30.50%) ปี 2566 จัดตั้ง 16,913 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 2,998 ราย หรือ 21.55%) ทุน 53,276 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 3,123 ล้านบาท หรือ 6.22%)

ขณะที่ผลประกอบการของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของสังคมผู้สูงอายุในปี 2563 – 2565 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปี 2563 รายได้รวม 2,574,654.18 ล้านบาท กำไร 111,968.79 ล้านบาท ปี 2564 รายได้รวม 2,697,981.31 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 123,327.13 ล้านบาท หรือ 4.79 %) กำไร 199,228.93 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 87,260.14 ล้านบาท หรือ 77.93 %) ปี 2565 รายได้รวม 3,088,576.01 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 390,594.70 ล้านบาท หรือ 14.48 %) กำไร 298,543.13 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 99,314.20 ล้านบาท หรือ 49.85 %)

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของสังคมผู้สูงอายุที่ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) มีจำนวนทั้งสิ้น 140,923 ราย คิดเป็น 15.83% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ และมีมูลค่าทุน 3,501,834.40 ล้านบาท คิดเป็น 16.13% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 55,668 ราย คิดเป็น 39.50% และมีทุนจดทะเบียนรวม 2,450,129.05 ล้านบาท คิดเป็น69.96% เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจและมีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก

นอกจากความต้องการด้านปัจจัยพื้นฐานแล้ว ความต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนที่ผู้สูงอายุเริ่มมองหาช่องทาง การลงทุนต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินสำหรับใช้จ่ายยามเกษียณ หรือแม้แต่การออมเงินเพื่อเก็บไว้ให้กับลูกหลาน หากไม่บริหารจัดการเงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่ให้ดี อาจทำให้ประสบปัญหาในการดำรงชีวิตได้ในอนาคต หรือแม้แต่ตัวช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อยามเจ็บป่วยก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการการเงิน ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันภัย ฯลฯ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต้องหาช่องทาง รูปแบบการลงทุน หรือหลักประกันที่เหมาะสมกับช่วงอายุ ความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างๆ เพื่อจูงใจกลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าว

จำนวนการจัดตั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงและความปลอดภัยของกลุ่มผู้สูงอายุช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา (2564 – 2566) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 จัดตั้ง 241 ราย ทุน 746 ล้านบาท ปี 2565 จัดตั้ง 274 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 33 ราย หรือ 13.69%) ทุน 811 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 65 ล้านบาท หรือ 8.71%) ปี 2566 จัดตั้ง 309 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 35 ราย หรือ 12.77%) ทุน 6,633 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 5,822 ล้านบาท หรือ 717.87%)

ผลประกอบการของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงและความปลอดภัยของกลุ่มผู้สูงอายุในปี 2563 – 2565 คือ ปี 2563 รายได้รวม 891,536.93 ล้านบาท กำไร 55,574.22 ล้านบาท ปี 2564 รายได้รวม 974,076.63 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 82,539.70 ล้านบาท หรือ 9.26 %) กำไร 66,738.70 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 11,164.49 ล้านบาท หรือ 20.09 %) ปี 2565 รายได้รวม 991,096.34 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 17,019.71 ล้านบาท หรือ 1.75 %) กำไร 20,293.79 ล้านบาท (ลดลงจากปี 2564 จำนวน 46,444.92 ล้านบาท หรือ 69.59 %)

ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงและความปลอดภัยของกลุ่มผู้สูงอายุที่ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) มีจำนวนทั้งสิ้น 4,142 ราย คิดเป็น 0.47% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ และมีมูลค่าทุน 253,994.65 ล้านบาท คิดเป็น 1.17% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 2,098 ราย คิดเป็น 50.65% และมีทุนจดทะเบียนรวม 219,401.21 ล้านบาท คิดเป็น 86.38%เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและมีการคมนาคมสะดวก

สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดี ก็เป็นส่วนหนึ่งของความต้องการของทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลและการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ด้วยเหตุแห่งความเสื่อมถอยของร่างกาย ประกอบกับสภาวะฮอร์โมนในร่างกายที่มีความแปรปรวนที่ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึก การมีกิจกรรมที่เข้ามากระตุ้นจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจสถานออกกำลังกาย ธุรกิจกิจกรรมด้านการกีฬา ธุรกิจจัดนำเที่ยว ธุรกิจสปา ธุรกิจกิจกรรมด้านความบันเทิง ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เกสต์เฮ้าส์ ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท ฯลฯ โดยอาจจัดหาอุปกรณ์และโปรแกรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในการออกลังกาย หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่สะดวก มีกิจกรรมที่เหมาะสม และสามารถสร้างประสบการณ์และทัศนคติที่ดีให้กับผู้สูงอายุ

จำนวนการจัดตั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพกายและใจของกลุ่มผู้สูงอายุในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564 – 2566) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 จัดตั้ง 2,318 ราย ทุน 6,604 ล้านบาท ปี 2565 จัดตั้ง 3,338 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 1,020 ราย หรือ 44.00%) ทุน 6,510 ล้านบาท (ลดลงจากปี 2564 จำนวน 94 ล้านบาท หรือ 1.42%) ปี 2566 จัดตั้ง 4,588 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 1,250 ราย หรือ 37.45%) ทุน 9,665 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 3,155 ล้านบาท หรือ 48.46%)

ผลประกอบการของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพกายและใจของกลุ่มผู้สูงอายุ ในปี 2563 – 2565 คือ ปี 2563 รายได้รวม 279,714.22 ล้านบาท ขาดทุน 76,321.25 ล้านบาท ปี 2564 รายได้รวม 253,750.61 ล้านบาท (ลดลงจากปี 2563 จำนวน 25,963.62 ล้านบาท หรือ 9.28%) ขาดทุน 72,052.63 ล้านบาท (ขาดทุนลดลงจากปี 2563 จำนวน 4,268.61 ล้านบาท หรือ 5.59 %) ปี 2565 รายได้รวม 424,592.99 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 170,842.38 ล้านบาท หรือ 67.33 %) ขาดทุน 32,474.02 ล้านบาท (ขาดทุนลดลงจากปี 2564 จำนวน 39,578.61 ล้านบาท หรือ 54.93 %)

ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพกายและใจของกลุ่มผู้สูงอายุที่ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) มีจำนวนทั้งสิ้น 32,459 ราย คิดเป็น 3.65% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ และมีมูลค่าทุน 717,665.26 ล้านบาท คิดเป็น 3.31% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 11,010 ราย คิดเป็น 33.91% และมีทุนจดทะเบียนรวม 453,850.93 ล้านบาท คิดเป็น 63.23% เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มากและเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำเสนอข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุที่กรมฯ ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ แต่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในอนาคต จะส่งผลให้ ‘ทุกธุรกิจ’ ล้วนได้รับผลกระทบ โดยภาคธุรกิจต้อง ‘ปรับตัว’ และ ‘แสวงหาโอกาส’ ในการดำเนินธุรกิจจากความต้องการสินค้าและบริการของ ‘ผู้สูงอายุ’ ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และตลาดที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึง ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุอาจเป็นส่วนสำคัญของ ‘โอกาส’ ในการดำเนินธุรกิจ และสร้างฐาน ‘กลุ่มลูกค้าใหม่’ ให้กับธุรกิจ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการบริหารจัดการธุรกิจ คือ การเติบโตของธุรกิจที่มีความยั่งยืนและสามารถรักษาฐานลูกค้าที่มั่นคงไว้ได้ โดยหากสามารถผลิตหรือจำหน่ายสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้ง การสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าให้มีต่อสินค้าหรือบริการ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถขายสินค้าบริการนั้นไปตลอดอายุของลูกค้า สร้างฐานลูกค้าที่มั่นคง ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง เป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึง ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการออกมาตรการหรือนโยบายในการดำเนินธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโต เข้มแข็ง และแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับสังคมผู้สูงอายุที่ครอบคลุมทุกประเทศทั่วทุกมุมโลกในอนาคตอันใกล้นี้” อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ส่วนประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ กองข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2547 4376 สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th

Share

Tags:

กระทรวงพาณิชย์
Author

admin

Follow Me
Other Articles
Previous

บอร์ดกองทุนดีอี อนุมัติโครงการที่ได้รับทุนปี 2566 ผลักดันการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ พร้อมเปิดรับคำขอทุนปี 2567 เริ่ม 1 กุมภา นี้

Next

ผลสำรวจเรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับโอกาสในการเป็นเจ้าของธุรกิจ ในปีงูใหญ่”

เรื่องล่าสุด

  • ครั้งแรก! “โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท” ศูนย์สีราคาขายส่ง ผนึก “Q-CHANG” ศูนย์รวมช่างคุณภาพ เปิดตัวบริการทาสีบ้าน-ทาสีกันซึมครบวงจร ครอบคลุมพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล PR & EVENT ครั้งแรก! “โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท” ศูนย์สีราคาขายส่ง ผนึก “Q-CHANG” ศูนย์รวมช่างคุณภาพ เปิดตัวบริการทาสีบ้าน-ทาสีกันซึมครบวงจร ครอบคลุมพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล By ปัฐ รุ่งสาโรจน์- November 2, 20260 โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท (Homepaint Outlet) ศูนย์สีราคาขายส่ง ผู้นำร้านค้าปลีก และค้าส่งสีทาบ้านและสีอุตสาหกรรม ยอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย จากประสบการณ์ 24 ปี ครอบคลุม 20 สาขาพื้นที่ กรุงเทพฯ – ปริมณฑล มากที่สุดในไทย ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจครั้งสำคัญร่วมกับ คิวช่าง (Q-CHANG) แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร เปิดตัวบริการทาสีและงานกันซึม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการผสานจุดแข็งระหว่างร้านขายสี (Paint Retailer) กับแพลตฟอร์มบริการงานช่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลบ้านที่ตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งตัวเลือกผลิตภัณฑ์สีที่หลากหลาย ตรงกับความต้องการ ควบคู่กับการเข้าถึงบริการช่างมืออาชีพที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมในที่เดียว พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดในทุกงาน ความร่วมมือครั้งนี้นำเสนอโซลูชั่นบริการทาสีและงานกันซึมภายใต้แนวคิด “ครบ จบ คุ้ม ครบวงจร” โดยเป็นการผนึกกำลัง ระหว่าง โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท ศูนย์สีราคาขายส่ง ในฐานะร้านขายสีที่รวมแบรนด์สีชั้นนำที่มีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย พร้อมทีมพนักงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสี คอยให้คำแนะนำเรื่องสีอย่างตรงจุด และ คิวช่าง ผู้นำด้านระบบการบริหารจัดการงานช่าง และมาตรฐานช่างทาสีมืออาชีพ เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดผ่าน 2 ช่องทางหลัก: ซื้อผ่านหน้าร้าน โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท (Paint Service Solution at Store): ลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อสีและเคมีภัณฑ์ จะได้รับคำแนะนำจากพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านสี พร้อมจองบริการช่างทาสีคุณภาพจาก Q-CHANG ได้ทันทีภายในร้าน “ครบ จบ ในที่เดียว” ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ Q-CHANG (เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Q-CHANG): อำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้า สายดิจิทัล ด้วยแพ็กเกจบริการทาสีแบบครบจบในที่เดียว (รวมค่าสีและค่าแรง) พร้อมระบบคำนวณราคาที่โปร่งใส แม่นยำ และบริการจัดส่งสีคุณภาพจากโฮมเพ้นท์ตรงถึงหน้างาน นอกจากนี้ ยังเปิดตัวโมเดล Contractor Referral Program เพื่อรับสมัครและส่งต่อช่างทาสีในพื้นที่เข้าสู่ระบบคิวช่าง ช่วยสร้างงานและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับช่างท้องถิ่น โดยบริการครอบคลุมทั้ง งานทาสีภายนอก-ภายใน และงานทากันซึม ดาดฟ้า/หลังคาด้วยสีแบรนด์ชั้นนำ พร้อมระบบแจ้งเตือน SMS และ Tracking Link อัตโนมัติให้ลูกค้าติดตามสถานะงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการทาสีและงานกันซึมครบวงจร พร้อมเปิดให้นำร่องแล้ววันนี้ที่ โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท 6 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล: ● สาขามีนบุรี-แยกมิสทีน ● สาขาปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์ ● สาขาศรีนครินทร์-บางนา ● สาขาบางบัวทอง-กาญจนาภิเษก ● สาขาลำลูกกา-สายไหม ● สาขาบางพลู รัตนาธิเบศร์ (Homepaint TOA Shop) คุณอนุรักษ์ เลิศรัตนชัยกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โฮมเพ้นท์ จำกัด กล่าวว่า “โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท ในฐานะศูนย์จำหน่ายสีราคาขายส่งยอดขายอันดับ 1 ของประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบตัวเลือกผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และเคมีภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้แก่ ลูกค้ามาโดยตลอด การร่วมมือกับ Q-CHANG ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เราผนึกกำลังกับ แพลตฟอร์มบริการช่างชั้นนำ เพื่อยกระดับโฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ทให้เป็นศูนย์บริการเรื่องสีที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ลูกค้าที่เดินเข้ามาที่โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท นอกจากจะได้เลือกซื้อสีแบรนด์ชั้นนำที่หลากหลายแล้วและราคาถูกแล้ว เรายังมีทีมงานพนักงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสี คอยให้คำแนะนำเรื่องสีและเคมีภัณฑ์ได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งสามารถเลือกมองหา และจองบริการช่างทาสี-งานกันซึมมืออาชีพมาตรฐานคิวช่างได้ทันทีภายในร้าน เรียกว่า ‘ครบ จบ ในที่เดียว’ ถือเป็นโซลูชันใหม่ที่ช่วยเพิ่มทางเลือก ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าสูงสุดให้กับทั้งเจ้าของบ้าน และผู้รับเหมา” ด้าน คุณศรัณย์วิศว์ ภักดีนอก ผู้บริหาร Q-CHANG (คิวช่าง) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เน็กซเตอร์ ดิจิตอล แอนด์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของ Q-CHANG ในการเดินหน้าจับมือกับ พันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายสี อย่าง ‘โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท’ การจับมือกันครั้งนี้จึงเป็นการเปิดมิติใหม่ ของการดูแลบ้านที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการจากช่างมืออาชีพ พร้อมมีทางเลือกผลิตภัณฑ์สีที่หลากหลายและ ตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘ครบ จบ คุ้ม’ โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความสะดวกผ่าน 2 ช่องทางหลัก ทั้งการ walk-in เลือกซื้อสีที่โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ทพร้อมจองช่างได้ทันที หรือสั่งซื้อแพ็กเกจ ‘สีพร้อมแรง’ ผ่าน www.q-chang.com ที่มีระบบคำนวณราคาให้อย่างเสร็จสรรพและโปร่งใส การันตีด้วยมาตรฐานงานช่างจากคิวช่าง ที่ช่วยให้คุมงบประมาณได้ ไม่ทิ้งงาน และได้งานคุณภาพไร้กังวล” พร้อมเฉลิมฉลองการเปิดตัวด้วยแคมเปญโปรโมชันสุดพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 สำหรับลูกค้าโฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท: ● ฟรี! ค่าสำรวจงานทาสี มูลค่า 1,000 บาท (จำกัดรวม 40 สิทธิ์ตลอดแคมเปญ) 20 สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่จองผ่าน หน้าร้าน โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ท และ 20 สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่จองผ่านช่องทางออนไลน์ (เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Q-CHANG) โดยเมื่อสิทธิ์ฟรีในแต่ละช่องทางครบแล้ว สามารถรับสิทธิ์ค่าสำรวจงานทาสี ราคาพิเศษเพียง 199 บาท ค่าสำรวจงานทากันซึมดาดฟ้า ราคาพิเศษเพียง 599 บาท (จากปกติ 1,000 บาท) ● ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 4 เดือน ผ่านบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด นัดหมายสำรวจหน้างาน หรือจองบริการได้แล้ววันนี้ที่ โฮมเพ้นท์ เอาท์เล็ททั้ง 6 สาขานำร่อง ผ่านช่องทาง Line Official: @homepaint หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของ Q-CHANG ที่ www.q-chang.com และแอปพลิเคชัน Q-CHANG สามารถดูข้อมูลและเลือกซื้อสีเพิ่มเติมได้ที่: www.homepaint.co.th Previous article คปภ. ผนึกรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลงพื้นที่ป่าตอง สำรวจความเสียหายจากอุทกภัย – ดินโคลนถล่ม Next article Simplus ดึง เตนล์-ชิตพล นั่งแท่น Global Brand Ambassador สื่อสารกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัฐ รุ่งสาโรจน์ ปัฐ รุ่งสาโรจน์ RELATED ARTICLES edit Simplus ดึง เตนล์-ชิตพล นั่งแท่น Global Brand Ambassador สื่อสารกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัฐ รุ่งสาโรจน์ – November 2, 2026 edit SC จับมือ openbooks อีกครั้ง เชื่อมโลกหนังสือ ศิลปะ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ปัฐ รุ่งสาโรจน์ – October 29, 2026 edit “สิงห์–สหพัฒน์” ประกาศร่วมลงทุน “House of Wisdom” ปัฐ รุ่งสาโรจน์ – October 28, 2026 No comments Leave a reply Logged in as ปัฐ รุ่งสาโรจน์.Log out? Comment: ABOUT US Corenewstoday​ คอข่าววันนี้ เรารวบรวมข่าวสารและบทวิเคราะห์ ภายใต้สโลแกน “เจาะแก่นธุรกิจ เกาะติดเศรษฐกิจและเทคโนโลยี” คัดสรรเนื้อหาเพื่อผู้ประกอบการและคนทำงานยุคดิจิทัล ครอบคลุมทั้ง ข่าวธุรกิจ ข่าวเศรษฐกิจ เทรนด์เทคโนโลยี กลยุทธ์การตลาด สุขภาพและความงาม ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คุณอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ ทันทุกกระแสโลก และนำไปต่อยอดความสำเร็จได้จริงในที่เดียว Contact us: corenewstoday@gmail.com FOLLOW US Home CORE DNA Business Tech & AI BANK & INSURANCE Health & Beauty PR & EVENT On The Move © Exit mobile version Skip to toolbar Core News Today Customize New Edit Post SEOFocus keyphrase not set Duplicate Post Howdy, ปัฐ รุ่งสาโรจน์
  • AMWAY สัมมนาก้าวสู่เพชร Go Diamond 2026 ตอกย้ำความพร้อมผู้นำรุ่นใหม่ มุ่งสู่ A70
  • ไฮล์ เทรลเลอร์ เอเซีย ฉลอง 125 ปีแห่งมรดกทางวิศวกรรมและ 30 ปีในไทย ประกาศแผนรุกตลาดเอเชียและตลาดโลก ตั้งเป้าโต 10–15% ใน 3 ปี
  • SC จับมือ openbooks อีกครั้ง เชื่อมโลกหนังสือ ศิลปะ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์
  • “สิงห์–สหพัฒน์” ประกาศร่วมลงทุน “House of Wisdom”

ความเห็นล่าสุด

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง

คลังเก็บ