Metthier ปั้นแม่บ้าน สู่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกว่า 3,000 คน ดูแลโรงพยาบาล เตรียมจับมือโรงพยาบาลอีก 5 แห่ง หนุนไทยสู่ Wellness & Medical Hub ระดับโลก
Metthier รับเมกะเทรนด์สุขภาพ เดินหน้ายกระดับ Smart Facility Management ในโรงพยาบาลและศูนย์ Healthcare & Wellness อัปสกิลบุคลากรแม่บ้านกว่า 3,000 คน สู่ผู้เชี่ยวชาญด้านความสะอาด และความปลอดภัยเฉพาะทางตามมาตรฐานสากล ระดมทีมดูแลโรงพยาบาลชั้นนำมากกว่า 10 แห่ง เช่น รพ.ศิริราช และศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ พร้อมเปิดแผนจับมือโรงพยาบาลอีก 5 แห่ง ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Medical Hub ของโลก

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด หรือ Metthier กล่าวว่า การดูแลสุขภาพถือเป็นเมกะเทรนด์สำคัญในปัจจุบัน เนื่องจากทั่วโลกกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นสังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ การดูแลสุขภาพที่ดีร่วมกับการนำนวัตกรรมมาใช้จึงสำคัญต่อคนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลอย่าง JCI (Joint Commission International) มากกว่า 60 แห่ง ซึ่งมากเป็นอันดับต้น ๆ ของกลุ่มอาเซียน และเป็น Pure GoldenZone ที่มีประชากรอายุยืนติด Top 5 ของโลก Metthier มองเห็นศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก (Medical Hub) และประเทศที่น่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุรับเทรนด์ Longevity จึงมุ่งยกระดับมาตรฐาน Smart Facility Management ในสถานพยาบาลและศูนย์ดูแลสุขภาพ (Healthcare & Wellness) ด้วยการพัฒนาทักษะบุคลากรแม่บ้านรองรับแล้วกว่า 3,000 คน

“เรามุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการอาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เข้มแข็งในประเทศไทย โดยการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการจัดตั้ง Metthier Academy สถาบันฝึกอบรมที่มีหลักสูตรครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม รวมถึงการดูแลศูนย์ Healthcare & Wellness ทั้งการบริหารจัดการอาคาร ความปลอดภัย และความสะอาด โดยบุคลากรของเราจะต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางตามมาตรฐานสากล พร้อมฝึกฝนการทำงานในสถานพยาบาลจริง เพื่อให้เกิดความพร้อมในการทำงาน ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี Smart Facility Management เพื่อให้สามารถดูแลพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกได้อย่างทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโมง” นายขยล กล่าว

ทั้งนี้ Metthier ได้ออกแบบหลักสูตรอบรมบุคลากรเพื่อดูแลด้านสถานพยาบาลและศูนย์ดูแลสุขภาพ (Healthcare & Wellness) โดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่ความปลอดภัยในการทำงานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น, ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสากลทางการแพทย์ทั้ง HA (Hospital Accreditation), JCI (Joint Commission International), และ AACI (American Accreditation Commission International), การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน หลักการทำความสะอาดในหอผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ตามประเภทของโรค การเก็บสารคัดหลั่ง การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงการแยกขยะติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่ต่าง ๆ

นอกจากการอัปสกิลแม่บ้านให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้ว Metthier ยังนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ผ่านแพลตฟอร์ม Smart Integrated Facility Management ที่ช่วยประเมินประสิทธิภาพการทำงาน ลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน และจัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมกับพื้นที่และทักษะ (Skill Set) ของแต่ละตำแหน่ง โดยครอบคลุมการทำงานของแม่บ้าน ช่างอาคาร และพนักงานรักษาความปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) เดียวกัน

ข้อมูลการปฏิบัติงานทั้งหมดถูกรายงานแบบเรียลไทม์ผ่านระบบ Mettlink และ Mettriq Application ที่สามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์พกพา ช่วยให้พนักงานสามารถรับรู้ปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีการนำหุ่นยนต์ทำความสะอาดระบบ AI มาใช้งาน เพื่อช่วยวิเคราะห์ ตรวจจับ และแจ้งเตือนความเสี่ยงที่อาจมองไม่เห็น ลดโอกาสการสัมผัสพื้นที่เสี่ยงของบุคลากร และช่วยป้องกันการติดเชื้อภายในสถานพยาบาล (Healthcare Associated Infection: HAI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ที่ผ่านมา Metthier ได้รับความไว้วางใจจากสถานพยาบาลหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเราได้ส่งแม่บ้าน และ รปภ. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และการทำงานเฉพาะทาง ไปยังสถานพยาบาลชั้นนำต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้วกว่าพันคน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศิริราช, ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์, โรงพยาบาลวิภาราม, และบริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (โรงพยาบาลเมดพาร์ค -MedPark Hospital)” นายขยล กล่าว

Metthier ยังคงมุ่งมั่นยกระดับบริการ Smart Facility Management ในศูนย์ Healthcare & Wellness เพื่อสนับสนุนการเป็น Medical Hub ของประเทศไทย โดยเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม Smart Integrated Facility Management เพื่อยกระดับ Smart Facility Management ในสถานพยาบาล และมีแผนจับมือกับโรงพยาบาลชั้นนำอีกกว่า 5 แห่งทั่วประเทศ ในการส่งมอบบริการดูแลอาคารที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัยสูงสุดให้แก่ผู้ใช้บริการและบุคลากรทางการแพทย์ คาดว่าจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเร็ว ๆ นี้




