Skip to content
แอดมินเข้าระบบ
CIOworldnews CIOworldnews
CIOworldnews CIOworldnews
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
CIOworldnews CIOworldnews
CIOworldnews CIOworldnews
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
News

พม. จัดงานใหญ่ SDx 2025 ดึงเครือข่ายระดับประเทศ-นานาชาติ ช่วยกลุ่มเปราะบาง-ประชาชน เตรียมรับมือพร้อมหาทางออก เมื่อโลกเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต : โครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ

By admin
17 กันยายน 2025

วันที่ 17 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดพิธีเปิดงาน Social Development Expo 2025 (SDx 2025) ภายใต้แนวคิด Demographic and Climate Crises ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2568 โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ซึ่งมี คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคีเครือข่าย ประชาชนทั่วไป และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ห้อง Ballroom Hall 1-4 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้งาน Social Development Expo 2025 (SDx 2025) ภายใต้แนวคิด Demographic and Climate Crises เป็นเวทีระดับชาติและนานาชาติในการเสริมสร้างความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนของสังคมทั้งในและต่างประเทศ สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือและการจัดการต่อประเด็นท้าทาย “วิกฤตซ้อนวิกฤต : โครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ” ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อีกทั้งเพื่อการสื่อสารนโยบายสำคัญของกระทรวง พม.ในการคุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเปราะบางจากวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติจากหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) อาทิ UNDP, UNESCAP, UNFPA, UNICEF, World Bank, APCD และ ASEC รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบของการเสวนา การอภิปราย และการหารือ World Cafe เพื่อเปิดเวทีร่วมกันหาทางออกจากวิกฤตซ้อนวิกฤต รวมทั้งการตัดแสดงนิทรรศการสาระน่ารู้ต่างๆ กิจกรรม Workshop ทำของที่ระลึก และ Market place เปิดพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มเปราะบางและภาคีเครือข่ายของกระทรวง พม. เป็นการให้โอกาสในการดำรงชีวิตในสังคมอย่างเท่าเทียมและมีคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นายอนุกูล กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาของโลกในศตวรษที่ 21 ได้ให้ความสำคัญกับหลักการ “ความเสมอภาค และความยั่งยืน” เป็นกระแสหลัก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ยังคงเกิด “ความเหลื่อมล้ำ” ในหลายมิติเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ  เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มผู้อพยพย้ายถิ่น รวมทั้งต้องเผชิญกับวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาค หลายประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤตทั้งโครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจ

สำหรับวิกฤตโครงสร้างประชากร นั้น มี 3 องค์ประกอบด้วยกัน ได้แก่ 1) “เด็กเกิดน้อย” ปี 2567 มีเด็กเกิดใหม่ต่ำกว่า 5 แสนคน เป็นครั้งแรกในรอบ 70 ปี หรือมีเด็กเกิดใหม่เพียง 4.6 แสนคน 2) “วัยแรงงานลดลง” ปี 2567 วัยทำงาน 3 คน ต้องทำงานดูแลผู้สูงอายุ 1 คน และ 3) “สังคมสูงวัย” ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่ปี 2567 โดยประเทศไทยมีประชากรสูงอายุมากเป็นอันดับที่ 17 ของโลก หรือมากกว่าร้อยละ 20.69 ของประชากรไทย

ทั้งนี้วิกฤตโครงสร้างประชากร ได้ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายด้าน อาทิ ภาระทางการคลังเพิ่มมากขึ้น ศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดต่ำลง  ภาครัฐแบกรับภาระผู้สูงวัยมากขึ้น โรงเรียนปิดตัวจำนวนมาก เด็กหลุดจากระบบการศึกษากว่า 1.02 ล้านคน ครอบครัวแหว่งกลาง ผู้สูงอายุอยู่ตามลำพัง คนรุ่นใหม่ไม่นิยมมีบุตร การค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางออนไลน์

สำหรับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงอันดับที่ 30 ของโลก ในกลุ่มประเทศที่มีความเปราะบางที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ โดยประเทศไทยต้องเผชิญกับ 4 ภัยหลัก ได้แก่ อุทกภัย ภัยแล้ง ภัยความร้อน และการกัดเชาะชายฝั่ง ซึ่งขณะนี้ เราต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ สถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม) ตั้งแต่ปลายปี 2567 ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้มาก่อน ทั้งนี้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลกระทบรุนแรงในหลายด้าน อาทิ คลื่นความร้อนสูงส่งผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุและคนพิการที่เสี่ยงต่อโรคฮีทสโตรก การย้ายถิ่นฐานเพื่อหนีภัยพิบัติและหางานทำในเขตเมือง เด็กและผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งในชุมชน ผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์ตกต่ำ และความไม่มั่นคงทางอาหารของกลุ่มเปราะบาง

นายอนุกูล กล่าวว่า สำหรับทางออกของวิกฤตโครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ กระทรวง พม. ได้ปรับตัวและรับมือกับวิกฤตซ้อนวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยได้กำหนดเป็นนโยบายสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ (1) การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับคนทุกช่วงวัย อาทิ การขยายศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านอย่างมีมาตรฐาน , การพัฒนาข้อเสนอขยายอายุเกษียณ , กฎหมายส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุและคนพิการ , การพัฒนานักบริบาลและคุ้มครองสิทธิ

ผู้สูงอายุ , การพัฒนาผู้นำคนพิการที่สร้างแรงบันดาลใจ (TOP10) , ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) และนิคม NEXT โมเดล และ (2) การดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ โดยมีการจัดตั้งศูนย์บริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ (ศบปภ.) , การจัดทำแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) โดยกระทรวง พม. เกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ , การจัดทำแผนบริหารการดูแลกลุ่มเปราะบางจากภัยพิบัติ พ.ศ. 2568 ของกระทรวง พม. ทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย , การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายการคุ้มครองทางสังคมที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย , โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชากรกลุ่มเปราะบางและชุมชน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับธนาคารโลก (World bank) , การปรับปรุงหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเปราะบาง , การพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับราคาที่รับภาระได้ของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และการจัดถุงยังชีพ GO BAG สำหรับกลุ่มเปราะบางได้มีสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในช่วงเกิดภัย

นายอนุกูล กล่าวว่า สำหรับอนาคต ในส่วนของประเทศไทย นั้น เราได้ขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขข้อท้าทายที่เกิดจากวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากนวัตกรรมที่หลายหน่วยงานนำมาจัดแสดงในงานครั้งนี้ อาทิ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ , การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับคนทุกช่วงวัย ,  การนำเทคโนโลยีและหุ่นยนต์มาใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ , การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า (เกษตรสร้างสรรค์) และการพัฒนาต้นแบบการจัดการเชิงพื้นที่ของคนทุกช่วงวัย (โครงการนิคม NEXT)

“วิกฤตซ้อนวิกฤต: โครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ นับเป็นปัญหาของโลก ที่ประชากรทุกคนได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าทุกประเทศมีประสบการณ์ที่สามารถนำมาแบ่งปัน นำไปปรับใช้ และงานในวันนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้ทำนโยบายเชิงรุกในการพร้อมรับมือและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และงานวันนี้ จึงเป็นวาระสำคัญในการมารวมตัวกันของทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ เอกชน และประชาสังคม รวมถึงองค์การระหว่างประเทศ และสื่อมวลชน อีกทั้งเสียงสะท้อนจากเด็กและเยาวชนในอาเซียน ที่จะเป็นผู้สร้างโลกในอนาคต ซึ่งได้มาร่วมกันสร้างเจตนารมย์ ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์สำคัญ เพื่อนำไปปรับเป็นนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศต่อไป” นายอนุกูลกล่าว

ขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมงาน Social Development Expo 2025 (SDx 2025) ภายใต้แนวคิด Demographic and Climate Crises ระหว่างวันที่ 17 – 18 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เพราะวันนี้ “วิกฤตซ้อนวิกฤต : โครงสร้างประชากรและสภาพภูมิอากาศ” ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เราทุกคนต้องร่วมกันจัดการและหาทางออก เพราะไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

 

 

Share

Tags:

5x5ฝ่าวิกฤตประชากรesshelpmeSDx2025SocialDevelopmentExpo2025ข่าวพมพม.พมหนึ่งเดียวพันธกิจสำคัญ9ด้านศบปภศรส
Author

admin

Follow Me
Other Articles
Previous

วัตสัน เปิดตัว IP คาแรกเตอร์สุดพิเศษ “The Watsons Family” ครอบคลุมทั่วเอเชีย มุ่งเสริมความผูกพันกับลูกค้าและสร้างความไว้วางใจในแบรนด์

Next

Crescendo Lab เผยโรดแมป “AI-First Communication Cloud” ในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว 3 แพลตฟอร์ม มุ่งยกระดับการสื่อสารทางธุรกิจ

เรื่องล่าสุด

  • HONOR จัดเต็มประสบการณ์ใช้งานครบทุกไลฟ์สไตล์ วางจำหน่าย HONOR X7e สมาร์ตโฟนสุดคุ้ม เครื่องทนทาน แบตเตอรี่อยู่นาน พร้อมด้วยอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะมากมาย
  • วัตสัน ประเทศไทย ปักหมุดฉลองความสำเร็จ ครบรอบ 30 ปี เดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ร้านเพื่อสุขภาพและความงามยอดนิยมตลอดกาล
  • ขายแล้ววันนี้! HONOR MagicPad4 แท็บเล็ตเรือธงบางเบา ราคา 29,999 บาท ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Gen 5 พร้อมประสบการณ์ AI และการทำงานระดับ PC
  • TECNO ปลุกกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนกับ “POVA 8 Tonino Lamborghini ALIVE AT NIGHT” ยกเมืองเป็นรันเวย์แห่งไลฟ์สไตล์ ผ่าน Hero Bus และคาราวานตุ๊กตุ๊ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยิ่งมืดยิ่งโดดเด่น”
  • “แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก” จับมือ NSM ชวนคนรุ่นใหม่ถอดรหัสผิว ค้นหา TRUE BEAUTY ผ่านวิทยาศาสตร์

ความเห็นล่าสุด

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง

คลังเก็บ