Skip to content
แอดมินเข้าระบบ
CIOworldnews CIOworldnews
CIOworldnews CIOworldnews
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
CIOworldnews CIOworldnews
CIOworldnews CIOworldnews
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
  • Main
  • News
  • Special Report
  • CIO Talk
  • Articles
    • Digital Transformation
    • Big Data
    • Artificial intelligence
    • Cloud Computing
    • Enterprise Security
    • Byod
    • Financial Technology
    • Blockchain
    • Network Marketing and Insurance
  • Columnist
    • DR.MANOO ORDEEDOLCHEST
  • Case Study
  • Products
  • Education
  • Relaxing
    • Health
    • Travel
    • Restaurant
News

สคส.คุมเข้มสั่งปรับข้อมูลรั่วไหลภาคเอกชน จำนวน 7 ล้านบาท

By admin
21 สิงหาคม 2024

วันนี้ 21 สิงหาคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“สคส.”) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (“กระทรวง DE”) ได้แถลงว่าเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องข้อมูลรั่วไหลภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปกระทำความผิดกฎหมาย และเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งต้องมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการยืนยันตัวตน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอื่น ๆ ได้มีคำสั่งปรับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่ปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากรั่วไหลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่มีมาตรการควบคุมดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด รวมถึงบริษัทดังกล่าวไม่มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และละเลยไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลให้แก่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 จึงมีคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองบริษัทดังกล่าวในอัตราสูงสุดรวมจำนวนทั้งสิ้น 7 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • บริษัทที่ถูกร้องเรียนได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจำนวนมากกว่า 1 แสนราย และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกำหนด จึงทำให้เมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล บริษัทดังกล่าวไม่สามารถเยียวยาแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเป็นกรณีดำเนินการที่ขัดต่อมาตรา 41 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • ผู้ถูกร้องเรียนดังกล่าวไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด ทำให้ข้อมูลรั่วไหลจากบริษัทดังกล่าวไปยังกลุ่มมิจฉาชีพคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 37(1) แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
  • เมื่อเกิดเหตุข้อร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้า ทำให้ไม่สามารถเยียวยาได้ อันเป็นความผิดตามมาตรา 37 (4) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

นอกจากคำสั่งในการปรับทางปกครองดังกล่าวเป็นจำนวน 7 ล้านบาท คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ยังมีคำสั่งให้บริษัทผู้ถูกร้องเรียนปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยที่ป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลอีก นอกจากนี้ยังมีคำสั่งกำชับให้บริษัทผู้ถูกร้องเรียนดำเนินการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงเพิ่มเติมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ทันสมัย กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และมีหน้าที่ต้องแจ้งให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรการแก้ไขดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับคำสั่ง

 

 

คำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองดังกล่าว เป็นคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองฉบับแรกกับบริษัท เอกชนรายใหญ่ โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปหรือ GDPR

 

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ได้แถลงเพิ่มเติมว่าคำสั่งปรับดังกล่าวต้องการคุ้มครองประชาชนจากปัญหากรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลที่เป็นปัญหาหลักของประเทศในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่มีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ให้ต้องดำเนินการแจ้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด โดยคำสั่งปรับทางการปกครองฉบับนี้จะใช้เป็นมาตรฐาน และบรรทัดฐานในการพิจารณาเรื่องข้อมูลรั่วไหลในภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีการร้องเรียนเข้าที่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า ผลจากการปรับครั้งนี้จะทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนตื่นตัวในเรื่องการเคร่งครัดและปฎิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้มากขึ้น รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการป้องปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้น จากการนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่มีอยู่มากในปัจจุบันไปใช้โดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังช่วยในการเยียวยาบรรเทาความเสียหายให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุดังกล่าวข้างต้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มากขึ้น

Share

Tags:

กระทรวง DEกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสคส.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
Author

admin

Follow Me
Other Articles
Previous

เปิดตัว “EnergyLIB” แบรนด์ระบบโซลาร์ที่มีโซลูชันแบบครบวงจรเพื่อที่พักอาศัยครั้งแรกในไทย ปฏิวัติอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ ด้วยรูปแบบออลอินวัน พร้อมช่วยคนไทยลดค่าไฟสูงสุด 70% ใช้ไฟได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

Next

ฟูจิฟิล์ม ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร เดินหน้าโชว์ศักยภาพ ‘One-stop, Total Screening Solution’ ในงาน Thailand Wellness and Healthcare Expo 2024

เรื่องล่าสุด

  • วัตสัน ประเทศไทย ปักหมุดฉลองความสำเร็จ ครบรอบ 30 ปี เดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำผู้นำอันดับ 1 ร้านเพื่อสุขภาพและความงามยอดนิยมตลอดกาล
  • ขายแล้ววันนี้! HONOR MagicPad4 แท็บเล็ตเรือธงบางเบา ราคา 29,999 บาท ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 8 Gen 5 พร้อมประสบการณ์ AI และการทำงานระดับ PC
  • TECNO ปลุกกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนกับ “POVA 8 Tonino Lamborghini ALIVE AT NIGHT” ยกเมืองเป็นรันเวย์แห่งไลฟ์สไตล์ ผ่าน Hero Bus และคาราวานตุ๊กตุ๊ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยิ่งมืดยิ่งโดดเด่น”
  • “แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก” จับมือ NSM ชวนคนรุ่นใหม่ถอดรหัสผิว ค้นหา TRUE BEAUTY ผ่านวิทยาศาสตร์
  • ECOVACS ที่งาน IFA Berlin 2026 ขึ้นแท่นแบรนด์หุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก นำหุ่นยนต์เข้าสู่ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ขยายวิสัยทัศน์ “Robotics for All” จากการดูแลภายในบ้านสู่พื้นที่กลางแจ้งและสระว่ายน้ำ

ความเห็นล่าสุด

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง

คลังเก็บ