Mercer เผยผลสำรวจ “Mercer RISE™ Survey 2026” ของประเทศไทยเป็นครั้งแรก ร่วมยกระดับแผนเกษียณอายุของพนักงาน รับสังคมสูงวัย
Mercer ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของ Marsh (NYSE: MRSH) บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำระดับโลกด้านการให้คำปรึกษาการลงทุน การร่วมกำหนดทิศทางของโลกการทำงานในอนาคต ตลอดจนการยกระดับด้านสุขภาวะและสวัสดิการการเกษียณอายุให้แก่บุคลากร ได้เผยแพร่ผลสำรวจ Retirement Insights and Strategy Evaluation หรือ RISE™ ฉบับประเทศไทย ที่รวบรวมข้อมูลจาก 173 องค์กรชั้นนำในไทย โดยผลสำรวจ RISE™ สะท้อนให้เห็นรูปแบบโครงสร้างและการบริหารจัดการสวัสดิการด้านเกษียณอายุที่นายจ้างจัดสรรให้พนักงาน พร้อมชี้ให้เห็นว่า แม้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่องค์กรชั้นนำมีอยู่แล้ว แต่ความแตกต่างในด้านการออกแบบแผน และนโยบายการลงทุนเริ่มต้น รวมถึงการกำกับดูแลบริษัทจัดการกองทุน อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินของพนักงานหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

วินิทร ทิพย์พุทราแก้ว Retirement Business Leader, Thailand and SEA ของ Mercer ประเทศไทย กล่าวว่า “ในภาพรวมของประเทศไทย เราพบว่าภาคธุรกิจโดยเฉพาะในองค์กรข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่ มีความพร้อมด้านสวัสดิการเกษียณอายุให้กับพนักงาน แต่ผลสำรวจ RISE™ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผลลัพธ์ของการเกษียณอายุไม่ได้ขึ้นอยู่แค่มีแผนหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณภาพในการออกแบบและบริหารจัดการแผนนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ 80 ปี ทำให้แม้ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในด้านระดับเงินสมทบ โครงสร้างการลงทุน หรือการกำกับดูแลบริษัทจัดการกองทุน แต่เมื่อรวมกันก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การมีดัชนีเพื่อชี้วัดมาตรฐานในด้านสวัสดิการเพื่อการเกษียณจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น”
สวัสดิการพื้นฐานที่ดี ผสานการปรับปรุงแผนที่ตรงจุด ช่วยสร้างหลักประกันหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้น
ผลสำรวจ RISE™ พบว่านายจ้างในประเทศไทยที่เข้าร่วมมีสวัสดิการเพื่อการเกษียณให้กับพนักงาน โดย 97.7% หรือเกือบทั้งหมดมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงานแล้ว ซึ่ง 3 ใน 4 ขององค์กรเหล่านี้เป็นบริษัทข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสวัสดิการนี้ให้ แต่หลายแห่งยังขาดการออกแบบที่ตอบโจทย์ชีวิตหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้น โดยยังขาดการออกแบบเชิงรุก ขาดแนวทางการลงทุนเริ่มต้นที่เหมาะสม และขาดการประเมินที่เข้มงวด ซึ่ง Mercer เชื่อว่าการปรับปรุงแผนที่ตรงจุดและไม่ซับซ้อน เช่น การนำแนวทางการลงทุนแบบไลฟ์ไซเคิล (default lifecycle approaches) มาใช้ และการกำหนดกรอบการสมทบที่ชัดเจน รวมถึงประเมินการทำงานของบริษัทจัดการกองทุนอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถยกระดับแผนการเกษียณอายุที่สร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืนและแข็งแกร่ง เพื่อดูแลชีวิตหลังเกษียณของพนักงานได้ยาวนานหลายทศวรรษอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นเล็กๆ ในวันนี้ กำหนดผลลัพธ์การเกษียณในวันข้างหน้า
ผลสำรวจ RISE™ ยังชี้ว่า แม้เงินสมทบจากนายจ้างส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 5 ถึง 8% แต่ด้วยโครงสร้างการสมทบที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้แม้ตัวเลขที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยก็มีความสำคัญอย่างมาก เมื่อเงินออมต้องเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตนาน 20 ถึง 30 ปี ปัญหาที่น่ากังวลคือตัวเลือกการลงทุนเริ่มต้นยังมีทางเลือกให้พนักงานอย่างจำกัด โดยครึ่งหนึ่งขององค์กรยังไม่มีกลยุทธ์การลงทุนเริ่มต้นเลย และมีเพียง 3% เท่านั้นที่ใช้แนวทางแบบไลฟ์ไซเคิล หรือแบบปรับตามเป้าหมายวันเกษียณ (target-date approaches) ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากต้องตัดสินใจเลือกการลงทุนที่ซับซ้อนด้วยตนเองโดยปราศจากคำแนะนำ
นอกจากนี้ การกำกับดูแลแผนการเกษียณอายุของนายจ้างยังขาดความสม่ำเสมอ มีเพียง 37% ขององค์กรที่ประเมินบริษัทจัดการกองทุนในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่เกือบ 1 ใน 5 ไม่เคยทำเลย โดยแม้ 3 ใน 4 ของนายจ้างจะเสนอสิทธิประโยชน์ระยะยาวเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากข้อกำหนดตามกฎหมาย แต่สวัสดิการเหล่านั้นมักไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับแผนการเกษียณอายุหลัก ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเงินออมลดลง ช่องว่างเหล่านี้ทั้งในด้านการออกแบบ และนโยบายการลงทุนเริ่มต้น รวมถึงการกำกับดูแล สะท้อนให้เห็นว่าการตัดสินใจที่ดูเล็กน้อยในปัจจุบัน สามารถสะสมและนำไปสู่ผลลัพธ์ระยะยาวที่แตกต่างกันได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการที่ผู้คนมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ยิ่งทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับรูปแบบแผน และการกำกับดูแลในวันนี้ทวีความสำคัญมากกว่าเดิม
“หากไม่มีดัชนีชี้วัดมาตรฐานที่เป็นระบบ นายจ้างย่อมไม่สามารถประเมินได้อย่างแน่ชัดว่าสวัสดิการด้านการเกษียณอายุที่มีให้กับพนักงานนั้นเพียงพอหรือแข่งขันในตลาดได้หรือไม่ นี่คือสาเหตุสำคัญที่เราจัดทำผลสำรวจ RISE™ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้จริงและอิงตามหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อให้องค์กรต่างๆ นำไปใช้วัดผลและพัฒนาปรับปรุงอีโคซิสเท็มการเกษียณอายุอย่างครบวงจร ทั้งในด้านเงินสมทบ การลงทุน การประเมินบริษัทจัดการกองทุน และการบูรณาการสวัสดิการต่างๆ เข้าด้วยกัน” วินิทร กล่าวสรุป
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://www.mercer.com/th-th/campaigns/retirement/rise-survey-2026-en/


