True IDC ชูยุทธศาสตร์ “Security Economy” วางศิลาฤกษ์เมกะดาต้าเซ็นเตอร์เขต EEC ใต้งบ BOI กว่า 7.7 หมื่นล้าน ตอกย้ำเบอร์หนึ่งของไทย

บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด (True IDC) ผู้นำการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ล่าสุดบนทำเลเชิงยุทธศาสตร์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) โครงการเมกะโปรเจกต์นี้เป็นหนึ่งในโครงการที่ True IDC ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มูลค่ารวมกว่า 77,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจแห่งความมั่นคงปลอดภัย’ (Security Economy) เสริมสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในยุคดิจิทัลและเอไอเต็มรูปแบบ โดยโครงการเฟสแรกมีกำหนดพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2570

ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ AI Hyperscale แห่งใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของระบบคลาวด์ ระบบดิจิทัล และระบบเอไอโดยเฉพาะ มีศักยภาพการรองรับการขยายตัวของกำลังไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 250 เมกะวัตต์ โดดเด่นด้วยการใช้สถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์เต็มรูปแบบ (Full Modular Architecture) และกลยุทธ์แพลตฟอร์มดาต้าเซ็นเตอร์พร้อมใช้ (Platform Play) ซึ่งช่วยให้สามารถก่อสร้าง วางระบบ และส่งมอบบริการสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วกว่าที่เคย

นอกจากนี้  True IDC  ยังได้นำความเชี่ยวชาญจากการให้บริการกลุ่มผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก (Global Hyperscaler) ทั้งจาก US และ China รวมถึงนำประสบการณ์จากการเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายแรกในไทยที่สามารถจัดเก็บดูแลระบบประมวลผลขั้นสูงของ GPU รองรับการทำเอไอ เข้ามาประยุกต์ใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่นี้ อีกทั้งยังวางสถาปัตยกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ ที่ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า แต่ยังลดความเสี่ยงในการดำเนินงานและการบำรุงรักษา มุ่งเน้นความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) และสร้างสมดุลด้านการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืนด้วยการกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า (Power Usage Effectiveness: PUE) ที่ดีที่สุด

นายฐนสรณ์  ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ True IDC  เผยว่าจากรายงานของศูนย์วิจัยกรุงศรีในช่วงปี 2569-2571รายได้จากบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์จะมีแนวโน้มเติบโตในอัตราเฉลี่ย 6.8% ต่อปี ส่งผลให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตตามไปด้วย True IDC  ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งที่ส่งมอบบริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์มาตลอด 23 ปี มองว่าองค์กรต่างๆ ยังคงต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความรวดเร็ว อย่างไรก็ตามในโลกปัจจุบันความคล่องตัวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับความมั่นคงเชิงรุกในทุกสถานการณ์ เราจึงมุ่งมั่นให้ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งนี้ เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งความมั่นคงปลอดภัย (Security Economy) ไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอิสรภาพทางเทคโนโลยี ปกป้องข้อมูลสำคัญของชาติ และทำให้ระบบของภาครัฐและเอกชนดำเนินงานได้อย่างไม่หยุดชะงัก”