เพอร์เฟค กรุ๊ป ผนึก มธ. ลงนาม MOU เสริมศักยภาพนักศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมรองรับ Green Industry

บริษัท เพอร์เฟค กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชันด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากรด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม รองรับทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ESG และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม

พิธีลงนามนำโดย ดร.ภุมรินทร์ กลั่นแก้ว และ ดร.ผาณิตมาส กลั่นแก้ว ประธานกลุ่มเพอร์เฟค กรุ๊ป และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

ผู้ร่วมพิธีลงนามประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรุต อำมาตย์โยธิน รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิภารัตน์ ศรีธเรศ รองคณบดีฝ่ายบริหารและทรัพยากรมนุษย์ อาจารย์ ดร.นพรัตน์ พฤกษ์ทวีศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุปผา เพชรรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วนิดา ชูอักษร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุริยะกิจ ย่อมมี หัวหน้าสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม รองศาสตราจารย์ โรจน์ คุณเอนก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิลาวัณย์ ภมรสุวรรณ

ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเร่งปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) และเป้าหมาย Net Zero เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันประเทศไทยยังเดินหน้าผลักดันนโยบาย Green Industry เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของภาคการผลิต ส่งผลให้องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น

ภายใต้บริบทดังกล่าว เพอร์เฟค กรุ๊ป และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงร่วมกันพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษากับประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตร การวิจัย และการฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศ และยังมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้จริง เช่น ระบบบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรม การจัดการของเสียอุตสาหกรรม การควบคุมมลพิษทางอากาศ และการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในภาคอุตสาหกรรม ผ่านการฝึกงานและการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะทั้งด้านวิชาชีพ (Hard Skills) และทักษะการทำงาน (Soft Skills) ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ดร.ภุมรินทร์ กลั่นแก้ว ประธานกลุ่มเพอร์เฟค กรุ๊ป กล่าวว่า “ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมให้มีทั้งทักษะวิชาชีพ (Hard Skills) และทักษะการทำงาน (Soft Skills) ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)”

“ภายใต้ความร่วมมือนี้ เพอร์เฟค กรุ๊ป จะสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ผ่านการฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการ การถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการสนับสนุนการวิจัย เทคโนโลยี และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างกำลังคนด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม”

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุเพชร จิรขจรกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งพัฒนาหลักสูตรและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและแนวโน้มการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก โดยมุ่งเตรียมบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ความร่วมมือกับเพอร์เฟค กรุ๊ป ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการเรียนการสอนและงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability Education) และพัฒนาบัณฑิตที่พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต”

ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินโครงการด้านการพัฒนาหลักสูตร งานวิจัย การฝึกอบรม และการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านการจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว