ไทยติดโผ “อุปสรรค AI สูงสุดในโลก” แต่กลับนำ Agentic AI ใช้จริงแซงค่าเฉลี่ยโลก Confluent ชี้ปมไม่ใช่เงินลงทุน แต่คือ “ข้อมูลที่ไม่เรียลไทม์”
รายงาน Data Streaming ประจำปี 2569 (2026 Data Streaming Report: Bridging the Gap Between Data and AI Value) ฉบับที่ 5 ของ Confluent บริษัทในเครือ IBM เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนภาพย้อนแย้งของประเทศไทยอย่างชัดเจน ผู้นำด้านไอทีไทยถึง 84% เผชิญอุปสรรคสำคัญอย่างน้อย 3 ประการในการนำ AI ไปใช้งาน ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดา 14 ประเทศที่สำรวจ ทว่าองค์กรไทยกลับนำ Agentic AI ไปใช้ในระบบงานจริงแล้วถึง 39%สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่อยู่เพียง 32%
ตัวเลขคู่นี้กำลังบอกอะไร? คำตอบจากรายงานคือ ปัญหาของ AI ระดับองค์กรวันนี้ไม่ได้อยู่ที่งบประมาณหรือความกล้าลงทุน แต่อยู่ที่ “โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล” ที่ยังไล่ตามความเร็วของ AI ไม่ทัน

อุปสรรคอันดับหนึ่ง: ข้อมูลไม่เรียลไทม์
ผลสำรวจความคิดเห็นผู้นำด้านไอที 4,625 คนทั่วโลก ซึ่ง Confluent จัดทำร่วมกับ Freeform Dynamics และ Radma Research พบว่า 72% ของผู้นำไอทีทั่วโลกต้องเจอปัญหาอย่างน้อย 3 ประการเมื่อขยายผลการใช้งาน AI โดยอุปสรรคอันดับหนึ่งคือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่รองรับการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ (72% เพิ่มขึ้นจาก 61% ในปีก่อน) ตามด้วยความไม่ชัดเจนเรื่องแหล่งที่มา ความสดใหม่ และคุณภาพของข้อมูล (66%) และปัญหาข้อมูลแยกส่วนไร้ผู้ดูแลกลาง (65%)
สำหรับประเทศไทย ตัวเลขทุกรายการสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานไม่รองรับเรียลไทม์ (83%) ปัญหาคุณภาพและที่มาของข้อมูล (80%) และข้อมูลแยกส่วน (79%)
รายงานฉบับเต็มยังชี้ว่าปัญหาเหล่านี้มีราคาที่ต้องจ่ายจริง องค์กรที่ใช้ Agentic AI ในระดับ Production ถึง 77% รายงานว่าโครงการหยุดชะงัก โดยความล่าช้าอยู่ระหว่าง 1-5 เดือน และ 61% ขององค์กรกลุ่มนี้ยอมรับว่ามีโครงการที่ถูกยกเลิกไปโดยสิ้นเชิง

การลงทุน Data Streaming แซงหน้า AI เป็นครั้งแรก
จุดเปลี่ยนสำคัญที่รายงานปีนี้บันทึกไว้คือ เป็นครั้งแรกที่การลงทุนในแพลตฟอร์ม Data Streaming (88%) ขึ้นแท่นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์เหนือการลงทุนใน AI และ Machine Learning (82%) สะท้อนว่าผู้บริหารเทคโนโลยีเริ่มเข้าใจตรงกันว่า โมเดล AI ที่เก่งแค่ไหนก็ไร้ความหมาย หากข้อมูลที่ป้อนเข้าไปช้า ไม่ครบ หรือขาดบริบท
ในมุมผลตอบแทน ครึ่งหนึ่งขององค์กรที่สำรวจ (50%) รายงานว่าได้ ROI จากการลงทุน Data Streaming อย่างน้อย 5 เท่า และ 88% ได้ผลตอบแทน 2 เท่าขึ้นไป โดยองค์กรที่มีวุฒิภาวะด้าน Data Streaming สูง (Level 4-5) มีสัดส่วนผู้ที่ได้ ROI 5 เท่าขึ้นไปถึง 68% เทียบกับ 51% ในกลุ่ม Level 3 ยืนยันแนวโน้มเดิมที่ว่ายิ่งองค์กรใช้งานลึกเท่าไร ผลตอบแทนยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ประเทศไทย: เชื่อมั่นสูงสุด แม้เจออุปสรรคหนักสุด
แม้จะเจออุปสรรคมากที่สุดในโลก แต่ผู้นำไอทีไทยกลับแสดงความเชื่อมั่นต่อ Data Streaming ในระดับสูงมาก โดย 97% เชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มผลลัพธ์จากการลงทุนด้าน AI และ 93% จัดให้ Data Streaming เป็นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งสูงกว่า AI และ Machine Learning ที่ได้ 91%
ภาพนี้อาจตีความได้ว่า องค์กรไทยเดินหน้านำ Agentic AI ไปใช้ก่อนที่รากฐานข้อมูลจะพร้อมเต็มที่ จึงสัมผัส “ความเจ็บปวด” จากข้อจำกัดของระบบเร็วกว่าและแรงกว่าประเทศอื่น และนั่นเองที่ผลักให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลเรียลไทม์ในไทยพุ่งสูงตามไปด้วย

มุมมองผู้บริหาร: อุปสรรคไม่ใช่เงิน แต่คือความพร้อมของข้อมูล
Shaun Clowes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) ของ Confluent ระบุว่า ปัจจัยที่ขวางความสำเร็จของ AI ในองค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ระดับการลงทุน แต่เป็นความพร้อมของข้อมูล เพราะ AI ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง สดใหม่ และมีบริบทประกอบการตัดสินใจ ขณะที่องค์กรจำนวนมากยังติดข้อจำกัดจากข้อมูลแยกส่วน ระบบประมวลผลแบบ Batch และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่รองรับการทำงานเรียลไทม์
เขายังย้ำว่า เมื่อองค์กรย้าย AI จากขั้นทดลองสู่กระบวนการธุรกิจจริง ความท้าทายด้านข้อมูลจะยิ่งชัดเจนขึ้น องค์กรชั้นนำจึงไม่ได้ลงทุนใน AI อย่างเดียว แต่ให้น้ำหนักกับการสร้างฐานข้อมูลที่รองรับระบบ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าการลงทุนด้าน AI จะต่อยอดเป็นคุณค่าทางธุรกิจได้จริงหรือไม่

จับตาเทรนด์ “Shift-Left” ยกงานคุณภาพข้อมูลไปไว้ต้นน้ำ
อีกแนวโน้มที่รายงานเน้นคือแนวคิด Shift-Left Integration หรือการย้ายการประมวลผล การกำกับดูแล และการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลเข้าไปใกล้แหล่งกำเนิดข้อมูลมากที่สุด แทนที่จะปล่อยให้ปลายทางแต่ละทีมต้องมาทำความสะอาดข้อมูลซ้ำ ๆ กันเอง โดยสัดส่วนผู้นำไอทีที่เห็นประโยชน์ชัดเจนจากแนวทางนี้พุ่งจาก 66% เป็น 77% ภายในปีเดียว และ 92% ระบุว่าช่วยยกระดับคุณภาพข้อมูลพร้อมลดต้นทุนการประมวลผลโดยรวม
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษารายละเอียด สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ report.confluent.io
หมายเหตุวิธีวิจัย: สำรวจผู้นำด้านไอที 4,625 คนจากองค์กรที่มีพนักงาน 500 คนขึ้นไป ครอบคลุม 14 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร ซาอุดีอาระเบีย และไทย


